J-Story
17-01-2019

 

       อิ่มจนเกือบจุกกับอาหารค่ำมื้อใหญ่ เลยเดินเล่นดูของฝากที่ร้านค้าก่อนไปออนเซน ที่มุมนึงมีของฝากน่าสนใจเพราะขึ้นรูปคุณTsujiguchi Hironobu ยอดฝีมือด้านการทำขนมหวาน(Patissier)ชื่อดังที่สุดคนหนึ่งของญี่ปุ่นเอาไว้ด้วย จำได้คลับคล้ายคลับคลาว่าตอนไปชมโรงแรมMatsunomidori เห็นอาคารใกล้ๆก็มีรูปคุณTsujiguchiอยู่เช่นกัน เลยตั้งข้อสงสัยว่าต้องมีอะไรเกี่ยวข้องกันแน่ๆแต่ก็ยังไม่มีเวลาสืบค้น ขอเก็บความสงสัยไว้แล้วไปแช่น้ำแร่ให้ผ่อนคลายสบายตัว ก่อนจะกลับห้องไปนอนหลับสนิทถึงเช้า ตื่นมาอาบน้ำแร่อีกรอบแล้วไปกินข้าวเช้า อาหารที่นี่อุดมสมบูรณ์เหนือมาตรฐานโรงแรมต่างจังหวัดหลายแห่งที่เคยไปพักมา ผมเป็นคนชอบกินไข่ม้วนพอมาเจอที่นี่ทำไข่ม้วนกันสดๆทั้งร้อนและชุ่มฉ่ำอร่อยกว่าของโรงแรมส่วนใหญ่ที่ทำทิ้งไว้แล้วนำออกมาเสริฟแบบเย็นๆเลยซัดไปหลายชิ้นมาก ปลาก็ย่างกันตรงนั้นหอมฉุยชวนรับประทาน ผมเลือกนั่งริมกระจกใสมองเห็นวิวทะเลสาบเต็มตา นั่งละเลียดอาหารเช้าเคล้าวิวสวยมันเจริญอาหารดีจริงๆ กินเสร็จกลับห้องไปเข้าห้องน้ำห้องท่าเรียบร้อยก็ลงมารอเจ้าหน้าที่ ระหว่างรอเหลือบไปเห็นที่บาร์มีบริการกาแฟให้ดื่มฟรีเลยจัดไปอีกแก้ว เข้าใจแล้วว่ารายละเอียดเล็กๆน้อยๆที่ทางโรงแรมบรรจงใส่ไว้ในแทบทุกจุด มันคือสิ่งที่อยู่เหนือความคาดหวังของลูกค้า จึงทำให้โรงแรมในเครือKagaya ได้รับการจัดให้อยู่ในอันดับหนึ่งมาตลอดสามสิบกว่าปีเพราะอย่างนี้นี่เอง

       หลังเช็คเอ๊าท์เรามุ่งเหนือเพื่อไปยังเมืองWajimaเมืองท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงอีกแห่งของจังหวัดอิชิกาวะ วันนี้ฝนยังคงตกอยู่เหมือนเมื่อวาน จุดหมายแรกในวันนี้คือตลาดเช้าวะจิมะ ในญี่ปุ่นมีตลาดเช้ามากมายหลายแห่ง โดยเฉพาะตามจังหวัดรอบนอก ที่เรารู้จักกันดีก็คือตลาดเช้าเมืองทาคะยามะตั้งอยู่ริมแม่น้ำกลางเมือง เป็นหนึ่งในตลาดเช้าที่คนญี่ปุ่นรู้จักกันดีและที่วะจิมะก็เป็นอีกหนึ่งตลาดเช้าที่มีชื่อเสียงไม่แพ้กัน ตลาดแห่งนี้มีอายุมากว่าหนึ่งพันปี แค่ความเก๋านี่ก็กินขาดเกือบทุกตลาดเช้าในญี่ปุ่นแล้ว ตัวตลาดตั้งอยู่บนถนนสายเล็กๆกลางเมืองและไม่ไกลจากท่าเรือ บนถนนเส้นนี้มีร้านค้าขายของกันอยู่แล้ว แต่ในยามเช้าที่พ่อค้าแม่ค้ามาเปิดแผง จึงยิ่งเพิ่มความคึกคักขึ้นไปอีก ทั้งๆที่วันนี้ฝนตก ยังเข้าใจว่าร้านค้าคงวายไปเยอะเหมือนที่ทาคะยามะ แต่ที่ไหนได้ ยังคึกคักพรึ่บพรั่บอยู่เหมือนปกติ ถามเจ้าหน้าที่ก็ได้คำตอบว่า พ่อค้าแม่ค้าที่ตลาดนี้คุ้นชินกับสภาพอากาศที่มีฝนตกบ่อยๆ จึงไม่เป็นอุปสรรคในการค้าขาย อีกทั้งนักท่องเที่ยวก็อยากมาไม่ว่าจะฝนตกหิมะตกก็มากัน เพราะเป็นของดีของดังติดอันดับหนึ่งในสามของตลาดเช้าทั่วญี่ปุ่น ใครมาเที่ยวอิชิกาวะแล้วไม่มาถือว่าพลาด

          ร้านค้าบนถนนมีทั้งร้านขายของใช้ ของกิน และของฝาก แต่ถ้าเป็นแผงลอยส่วนมากจะเป็นของกิน เยอะสุดคืออาหารทะเลมีแบบสดๆและแบบแห้ง ช่วงกลางของตลาดมีอาคารเล็กๆชั้นเดียวสำหรับย่างของกิน ไว้อำนวยความสะดวกคนที่เห็นอาหารทะเลแล้วเกิดอยากกินขึ้นมาทันใด ก็ไม่ต้องซื้อหิ้วกลับไปทำที่บ้าน ย่างกินมันตรงนั้นแหละ เค้ามีทั้งเตา ถ่าน จาน ตะเกียบ และซอสจิ้ม กินเสร็จก็มีที่ทิ้งและที่ล้างอย่างครบถ้วน สมประโยชน์ทั้งคนซื้อและคนขาย เดินดูบรรยากาศไปเรื่อยๆพบว่าเสน่ห์ของตลาดแห่งนี้คือความเป็นท้องถิ่น มีความเป็นมิตรสูง ไม่หน้าบึ้งหน้างอเวลาขอถ่ายรูปหรือสอบถาม เชื้อเชิญและชวนชิมเหมือนคนคุ้นเคย คุณยายขายผักกองเล็กหรือพ่อค้าปลาแผงใหญ่ ล้วนแล้วแต่ยิ้มแย้มเป็นมิตรถ้วนทั่วทุกแผง เดินมาเกือบสุดทางพบบางอย่างที่แปลกแตกต่างไป หุ่นยนต์แซ่ดตัวใหญ่ไซส์ขนาดเท่าตัวคนยืนตระหง่านอยู่หน้าอาคารแห่งหนึ่ง ผมขอเจ้าหน้าที่เข้าไปถ่ายรูปเพราะเป็นแฟนการ์ตูนเรื่องนี้มาตั้งแต่เด็ก เป็นการ์ตูนหุ่นยนต์เรื่องแรกๆที่ติดใจและจดจำมาจนถึงทุกวันนี้ ที่นี่เป็นพิพิธภัณฑ์เล็กๆของนักเขียนการ์ตูนชื่อดังคุณGo Nagai เพราะเมืองวะจิมะแห่งนี้คือบ้านเกิดของคุณนะกาอิ ชีวิตของคุณนะกาอิไม่ได้ราบรื่นเท่าไหร่นักแถมยังไม่จบมหาวิทยาลัยด้วยซ้ำ แต่หันมาเอาดีด้านการเขียนการ์ตูนจนในที่สุดก็สามารถสร้างผลงานชื่อดังไว้มากมายโดยเฉพาะซี่รี่ย์หุ่นยนต์ที่คอการ์ตูนไทยชื่นชอบอาทิ Mazinger Z, Great Mazinger, Grendizer รวมทั้งDevilmanหรือค้างคาวกายสิทธิ์ในชื่อไทย ผมที่เป็นแฟนการ์ตูนของคุณนะกาอิมาตั้งแต่เด็กมีหรือจะพลาด ต้องขอไปถ่ายรูปคู่กับหุ่นกายสิทธิ์มาชีนก้าแซ่ดซักสองสามแอ๊คก่อนจะเดินออกจากตลาดไป

       สุดตลาดมีอีกอาคารที่น่าสนใจคือThe Wajima drama Memorial  ใครเป็นแฟนละครตอนแปดโมงเช้า(Asodora)ของช่องNHKจะต้องรู้จักซีรี่ย์เรื่องหนึ่งที่พูดถึงMare Tsumura เด็กสาวจากแหลมโนโตะที่มีความใฝ่ฝันจะเป็นนักทำขนม(Patissier) ชีวิตของมาเระต้องระหกระเหินจากโตเกียวมาอยู่ที่แหลมโนโตะตั้งแต่10ขวบ หลังจากจบมัธยมก็ได้ออกตามหาความฝันโดยย้ายไปฝึกทำขนมที่ร้านอาหารจีนในโยโกฮามะ และสามารถยกระดับตัวเองขึ้นมาเป็นเชฟขนมได้สมดังตั้งใจ ด้วยการใช้วัตถุดิบจากแหลมโนโตะรวมทั้งเกลือจากทะเลของครอบครัวOkesakuที่มาเระเคยไปอาศัยอยู่ด้วยตอนที่ย้ายไปอยู่แหลมโนโตะใหม่ๆ เป็นละครที่ดูสนุกและให้ความรู้เรื่องการทำขนม อีกทั้งฉากถ่ายทำที่แหลมโนโตะก็งดงาม ปกติละครตอนเช้าที่พูดถึงบุคคลในแวดวงต่างๆของญี่ปุ่นมักจะมีตัวตนจริงเสมอ แต่ด้วยความรู้อันน้อยนิดของผมดูแล้วคิดถึงเชฟขนมชื่อดังจากแหลมโนโตะที่เป็นผู้หญิงไม่ออก จนเจ้าหน้าที่ของจังหวัดอิชิกาวะมาเฉลยให้ฟังว่า จริงๆแล้วเรื่องของMareในละครถูกดัดแปลงมาจากชีวิตจริงของคุณTsujiguchi Hironobuเชฟขนมชื่อดังผู้ก่อตั้งร้านMont St Clairแห่งย่านJiyugaokaนั่นเอง ถึงว่าตอนที่ดูละครแรกๆมันเหมือนคุ้นเคย แต่ที่นึกไม่ออกก็เพราะตัวละครถูกปรับให้เป็นเด็กสาว พอรอบนี้มาที่แหลมโนโตะแล้วเห็นทั้งขนม รูปภาพ และแกลลอรี่ของคุณTsujiguchiก็เริ่มเอะใจ จนได้มาที่ จิ๊กซอว์ทุกชิ้นในหัวจึงถูกต่อเข้าด้วยกันจนเป็นภาพสุดท้าย คนที่เป็นทั้งแฟนละครและชื่นชมในตัวคุณTsujiguchiอย่างผมเลยปลื้มมากเป็นสองเท่า คิดไปคิดมาเมืองวะจิมะแห่งนี้ก็คือจุดเริ่มต้นของความฝันที่มาบรรจบกับความจริงของเชฟTsujiguchiนั่นเอง